ค้นหา K
Appearance
Appearance
ท่านผู้อ่านได้ทราบมาแล้วว่า พระสุตตันตปิฎก เท่าที่ย่อมาแล้วมี ๖ เล่ม เป็นหมวด ยาว คือ ทีฆนิกาย ๓ เล่ม เป็นหมวดขนาดกลาง คือมัชฌิมนิกาย ๓ เล่ม พระสุตตันตปิฎก เริ่มแต่เล่ม ๙ เมื่อจบมัชฌิมนิกายจึงถึงเล่ม ๑๔ บัดนี้มาถึงสังยุตตนิกาย ซึ่งเป็นหมวด ประมวลเรื่องต่าง ๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ เริ่มแต่เล่ม ๑๕ ถึงเล่ม ๑๙ รวม ๕ เล่ม
เมื่อมาถึงหมวดประมวลหรือสังยุตตนิกายนี้ ผู้เขียนมีความเสียใจที่จะต้องย่อ อย่างสั้นที่สุด เพื่อให้สามารถย่อเล่ม ๒๐ ถึงเล่ม ๔๕ รวม ๒๖ เล่ม ให้รวบรัดลงได้ใน ๒ เล่ม ที่ยังค้างอยู่ แต่การย่อสังยุตตนิกายอย่างสั้นที่สุดนี้ ก็เป็นโอกาสดีอย่างหนึ่ง คือในการ พิมพ์ครั้งต่อไป ก็อาจจะย่อเพิ่มเป็นอีกเล่ม ๑ ต่างหาก สำหรับสังยุตตนิกายโดยเฉพาะ แต่ ทั้งนี้ต้องสุดแต่ความเหมาะสม
สังยุตตนิกาย ๕ เล่ม แบ่งออกเป็น
เล่ม ๑๕ ชื่อสังยุตตนิกาย สคาถวรรค หมายความว่าทุกสูตรในเล่มนี้ (ซึ่งมีถึง ๒๗๑ สูตร) เป็นสูตรที่มี “คาถา” หรือคำสอน อันเป็น “บทกวี” ทั้งสิ้น คำว่าสคาถวรรค วรรคที่มีคาถา จึงเป็นชื่อของเล่ม ๑๕ นี้
เล่ม ๑๖ ชื่อสังยุตตนิกาย นิทานวรรค คำว่า นิทานวรรค แปลว่า วรรคว่าด้วยต้นเหตุ คืออธิบายถึงธรรมะที่เป็นเหตุปัจจัยของความเวียนว่ายตายเกิด ที่เรียกว่าปฏิจจสมุปบาท
เล่ม ๑๗ ชื่อสังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค คำว่า ขันธวารวรรค แปลว่า วรรคว่าด้วยวาระที่กล่าวถึงขันธ์ คือกองรูป กองนาม หมายความว่า ร่างกายจิตใจของคนเราแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน เป็นส่วนรูปธรรมกองหนึ่ง เป็นส่วนจิตใจหรือนามธรรมอีกกองหนึ่ง
เล่ม ๑๘ ชื่อสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คำว่า สฬายตนวรรค แปลว่า วรรคว่า ด้วยอายตนะ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นอันรวมกล่าวเรื่องตา หู เป็นต้น ในเล่ม ๑๘ นี้ทั้งเล่ม
ส่วนเล่ม ๑๙ ชื่อมหาวารวรรค คำว่า มหาวารวรรค แปลว่า วรรคว่าด้วยวาระใหญ่ หมายความว่า ธรรมะเรื่องสำคัญ ๆ เช่น มรรค โพชฌงค์ อินทรีย์ เป็นต้น ได้นำมากล่าวไว้ในเล่ม ๑๙ นี้ทั้งสิ้น
มีข้อที่ควรสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าในแต่ละเล่มของ ๕ เล่มนี้ ซึ่งเรียกว่า วรรค (ใหญ่) แต่ละวรรคประจำเล่มแล้วยังแบ่งเป็นส่วนใหญ่ เรียกว่าสังยุตต์ แบ่งเป็นส่วนย่อย เรียกว่าวรรค (โดยมากมีวรรคละ ๑๐ สูตร) หรือถ้าทำเป็นแผนผังวิธีแบ่งส่วน จะเห็นได้ดังนี้
วรรค (ใหญ่) รวมทั้งเล่มเป็น ๑ วรรคใหญ่
สังยุตต์ (รวมเรื่องใดเรื่องหนึ่ง)
วรรค (เล็ก) รวมสูตรประมาณ ๑๐ สูตรต่อ ๑ วรรค
เฉพาะเล่ม ๑๕ หรือสังยุตตนิกาย สคาถวรรค แบ่งออกเป็น ๑๑ สังยุตต์ ดังต่อไปนี้
๑.**เทวตาสังยุตต์** ประมวลเรื่องเทวดา ที่ไปทูลถามปัญหาต่อพระพุทธเจ้า มีทั้งหมด ๘๑ สูตร แสดงคำถามของเทวดา คำตอบของพระพุทธเจ้า ที่เป็นคาถาหรือบทกวี ทั้งคำถามคำตอบ
๒.**เทวปุตตสังยุตต์** ประมวลเรื่องเทพบุตร ที่ไปทูลถามปัญหาต่อพระพุทธเจ้า มี ทั้งหมด ๓๐ สูตร แสดงคำถามของเทพบุตร คำตอบของพระพุทธเจ้า ที่เป็น คาถาหรือบทกวีทั้งคำถามคำตอบ
๓.**โกสลสังยุตต์** ประมวลเรื่องที่ตรัสโต้ตอบกับพระเจ้าปเสนทิโกศล มีทั้งหมด ๒๕ สูตร
๔.**มารสังยุตต์** ประมวลเรื่องมาร ซึ่งไปปรากฏกายในลักษณะต่าง ๆ กัน บางครั้ง ได้มีการโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า บางครั้งมิได้พูด แต่พระผู้มีพระภาคได้ตรัสภาษิต ในเมื่อทรงทราบว่าเป็นมาร ในสังยุตต์นี้มี ๒๕ สูตร
๕.**ภิกขุนีสังยุตต์** ประมวลเรื่องนางภิกษุณี แสดงถึงการที่พระผู้มีพระภาคทรง แสดงธรรมแก่นางภิกษุณีต่างรูป มี ๑๐ สูตร
๖.**พรหมสังยุตต์** ประมวลเรื่องพรหม แสดงการที่พระพรหมมาเฝ้า พระผู้มีพระภาค ตรัสภาษิตโต้ตอบ มี ๑๕ สูตร
๗.**พราหมณสังยุตต์** ประมวลเรื่องพราหมณ์ มีพราหมณ์ต่าง ๆ ตั้งปัญหาถามบ้าง กล่าววาจาก้าวร้าวบ้าง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสโต้ตอบเป็นภาษิตให้ได้เห็นธรรม มี ๒๒ สูตร ส่วนใหญ่มีผลเป็น ๒ คือพราหมณ์ออกบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์ กับพราหมณ์เลื่อมใสปฏิญญาตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
๘.**วังคีสสังยุตต์** ประมวลเรื่องเกี่ยวกับพระวังคีสเถระ มี ๑๒ สูตร
๙.**วนสังยุตต์** ประมวลเรื่องเกี่ยวกับป่า คือพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมแก่ พระเถระต่าง ๆ ที่อยู่ในป่า มี ๑๔ สูตร
๑๐.**ยักขสังยุตต์** ประมวลเรื่องยักษ์ ที่มาเฝ้าพระผู้มีพระภาค และพระองค์ได้ตรัส โต้ตอบ มี ๑๒ สูตร
๑๑.**สักกสังยุตต์** ประมวลเรื่องท้าวสักกะจอมเทพชั้นดาวดึงส์ ที่มาเฝ้า และพระ ผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรม มี ๒๕ สูตร
สาระสำคัญของคำสอนในเล่ม ๑๕ นี้ อยู่ที่ภาษิตสั้น ๆ จับใจ มากกว่าเรื่องที่จะให้ ติดในเรื่องเทวดา หรือมาร พรหม อนึ่ง จำนวนพระสูตรนี้ รวมแล้วได้ ๒๗๑ สูตร
จบความย่อแห่งพระไตรปิฎก เล่ม ๑๕