Skip to content

ส่วนที่ ๓

เอกสารเกี่ยวกับการชำระและการพิมพ์พระไตรปิฎก

ในรัชกาลที่ ๗


รายงานการสร้างพระไตรปิฎก

(ฉบับสยามรัฐ)

จากราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๔ หน้า ๓๙๒๗

กรุงเทพ ฯ
วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐

ขอเดชะฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูลรายงานการสร้างพระไตรปิฎก เปนอนุสสาวรีย์เชิดชูพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ข้าพระพุทธเจ้าจัดสนองพระเดชพระคุณนั้น ดั่งต่อไปนี้

๑. เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๘ ข้าพระพุทธเจ้าได้ออกใบแจ้งความ ประกาศกระแสพระบรมราชโองการทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ ชักชวนบรรดาข้าราชการทุกกระทรวงทะบวงการตลอดจนประชาราษฎร ให้บริจจาคทรัพย์โดยเสด็จในพระราชกุศล สร้างพระไตรปิฎกตามความศรัทธา และเพื่อช่วยเหลือในการอันนี้ ฝ่ายทางอาณาจักร เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งสมุหเทศาภิบาลผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ให้ช่วยจัดการป่าวประกาศ ฝ่ายทางพุทธจักร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า มีรับสั่งให้เจ้าคณะตลอดจนพระครู เจ้าอาวาส บอกบุญทั่วไป

๒. ในการรับเงิน เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ได้จัดเจ้าพนักงานและสถานที่รับเงิน ให้เปนการสะดวกแก่ผู้บริจจาคทรัพย์ คือ ในเขตต์มณฑลกรุงเทพ ฯ จัดเจ้าพนักงานรับเงินที่กรมพระคลังมหาสมบัติ ในมณฑลต่าง ๆ จัดรับเงินตามที่ว่าการคลังจังหวัด

อนึ่ง ในโอกาสที่ประกาศสถานที่รับเงินนั้น ได้ดำเนินกระแสพระบรมราชโองการ ซึ่งโปรดเกล้า ฯ จักพระราชทานฉบับพระไตรปิฎกแก่ผู้บริจจาคทรัพย์เปนจำนวนเงิน ๔๕๐ บาทนั้น ให้ทราบทั่วกันด้วย

๓. การชำระพระไตรปิฎกสำหรับที่จะพิมพ์ครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงรับเปนประธานในการชำระ และพระราชาคณะอีก ๘ รูป ได้แบ่งกันรับหน้าที่ผู้ชำระ ดั่งมีนามต่อไปนี้

๑.พระญาณวราภรณ์ (สุจิตต) วัดบวรนิเวศวิหาร

๒.พระสาสนโสภณ (ญาณวร) วัดเทพศิรินทราวาส

๓.พระธรรมปาโมกข์ (จัตตสัลล) วัดมกุฏกษัตริยาราม

๔.พระธรรมดิลก (สุมนนาค) วัดอรุณราชวราราม

๕.พระธรรมโกศาจารย์ (อุตตม) วัดราชาธิวาส

๖.พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เขมจารี) วัดมหาธาตุ

๗.พระธรรมปิฎก (ติสสทัตต) วัดพระเชตุพน

๘.พระเทพมุนี (กิตติโสภณ) วัดเบญจมบพิตร

๔. ต้นฉบับพระไตรปิฎกสำหรับที่จะพิมพ์นั้น ใช้ฉบับพิมพ์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างเมื่อพระพุทธศักราช ๒๔๓๖ นั้นเปนพื้น มีการแก้ไข คือ เปลี่ยนใช้ พินทุ แทนวัญฌการ และยามักการ จัดวางระยะวรรคตอนหนังสือนั้นเสียใหม่ และใช้เครื่องหมายประกอบให้เปนอย่างเดียว ตามแบบที่สมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ประทานไว้ในการพิมพ์อรรถกถาพระไตรปิฎก ส่วนคัมภีร์ที่ขาดไปในฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๓๖ ใช้ฉบับลานของหลวงเปนต้นฉบับ และชำระโดยวิธีเดียวกัน แก้คำผิดแต่จำเพาะที่ปรากฏว่าคัดลอกผิด กำหนดการให้ได้พิมพ์แล้วเสร็จในพระพุทธศักราช ๒๔๗๐

อนึ่ง เพราะเหตุที่ได้ทรงเปนประมุขบริจจาคพระราชทรัพย์ในการสร้างพระไตรปิฎกฉบับนี้ และโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ทวยราษฎรชาวสยาม ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส บริจจาคทรัพย์โดยเสด็จในพระราชกุศลนั้น ที่ประชุมชำระพระไตรปิฎกจึ่งขนานนามพระไตรปิฎกนี้ว่า “สฺยามรฏฺฐสฺส เตปิฏกํ” “พระไตรปิฎกสยามรัฐ”

๕. การชำระต้นฉบับ ได้เริ่มตั้งเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ และการพิมพ์ก็ได้เริ่มพิมพ์ต่อกันไปแต่เวลาที่ผู้ชำระส่งต้นฉบับแก่เจ้าหน้าที่ผู้จัดส่งโรงพิมพ์

ฉบับพระไตรปิฎกที่กำหนดว่าจะมีจำนวน ๔๕ เล่มนั้น เพียงวันที่ ๓๑ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ได้พิมพ์แล้วเสร็จบริบูรณ์ ๒๕ เล่ม (เล่มละ ๑๕๐๐ ฉบับ รวม ๒๒๕๐๐ ฉบับ) ที่พิมพ์เสร็จยังแต่จะบวกปทานุกรม และเข้าเล่ม ๕ เล่ม ที่ส่งโรงพิมพ์แล้ว ๑๔ เล่ม ที่ยังชำระอยู่ ๑ เล่ม

๖. การกำหนดจำนวนเล่ม จำนวนจบ และจำนวนเงินสำหรับใช้จ่ายในการสร้างพระไตรปิฎกสยามรัฐ เดิมกำหนดไว้ว่า จำนวนหนังสือที่จะพิมพ์จบหนึ่งเปนหนังสือ ๔๒ เล่ม และพิมพ์ ๑๐๐๐ จบ ประมาณค่าพิมพ์เงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ครั้นเมื่อสำรวจต้นฉบับ ปรากฏว่าพระไตรปิฎก ฉบับ พ.ศ. ๒๔๓๖ นั้น ยังขาดตกอยู่หลายคัมภีร์ คือในพระสุตตันตปิฎก ยังขาดวิมานวัตถุ เปตวัตถุ เถรคาถา เถรีคาถา อปทาน พุทธวํส จริยาปิฎก กับทั้งในฉบับที่รวบรวมจะพิมพ์ครั้งใหม่นี้ จักเพิ่มคัมภีร์ชาดกเข้าอีกคัมภีร์หนึ่งให้บริบูรณ์ตามที่นิยมกัน และในพระอภิธัมมปิฎก คัมภีร์ปัฏฐาน ก็บกพร่องอยู่หลายตอน จักต้องพิมพ์เติมขึ้นให้บริบูรณ์ จึ่งเปนการจำเปนต้องเพิ่มจำนวนเล่มขึ้นอีก ส่วนจำนวนจบนั้น ได้มีผู้เลื่อมใสบริจจาคทรัพย์ ขอรับพระไตรปิฎกรายละ ๔๕๐ บาท มากราย ทำให้จำนวนที่ได้กำหนดไว้ว่าจะพิมพ์ ๑๐๐๐ จบนั้น ไม่พอที่จะพระราชทาน จักต้องเพิ่มจำนวนจบขึ้นอีก ข้าพระพุทธเจ้าจึ่งได้รับใส่เกล้า ฯ กำหนดใหม่ คือ จำนวนหนังสือที่พิมพ์จบหนึ่งให้เปนหนังสือ ๔๕ เล่ม จำนวนจบให้เปน ๑๕๐๐ จบ กำหนดเงินค่าใช้จ่ายรวมค่าใช้จ่ายในการส่งหนังสือที่จักพระราชทานไป ณ ที่ต่าง ๆ ด้วยทั้งสิ้นเปนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

๗. จำนวนพระไตรปิฎกสยามรัฐที่พิมพ์ ๑๕๐๐ จบนี้ ได้กำหนดว่า เปนจำนวนที่จะได้พระราชทานไปแก่บุคคลผู้ศึกษา และสถานที่ศึกษาพระบาลี ในพระราชอาณาจักร และในนานาประเทศ ประมาณตามจำนวนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยพระราชทานหนังสืออรรถกถา ที่ทรงสร้างขึ้นในงานพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง คือ พระราชทาน ในพระราชอาณาจักร ๒๐๐ จบ ในนานาประเทศ ๔๐๐ จบ รวม ๖๐๐ จบ กับในคราวนี้จักพระราชทานแก่ผู้บริจจาคทรัพย์ ๔๕๐ บาทต่อ ๑ จบอีก เปนหนังสือประมาณ ๘๐๐ จบ จึ่งรวมจำนวนที่จะพระราชทานทั้งสิ้นประมาณ ๑๔๐๐ จบ

๘. สถานที่รับเงินสร้างพระไตรปิฎก ได้เริ่มเปิดรับเงินแต่วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๘ และได้รับไว้แล้วเพียงวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๐ รวมเงิน ๕๖๗,๘๐๘ บาท

๙. การจ่ายเงินสร้างพระไตรปิฎกที่ได้รับไว้แล้วนี้ แบ่งออกได้เปน ๓ ประเภท คือ (๑) จ่ายขาดในการที่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ ๕,๗๓๖ บาท (๒) ประมาณจะจ่ายในการสร้างรักษา และจัดส่งฉบับพระไตรปิฎก ๒๐๓,๘๖๔ บาท (๓) ประมาณจะจ่ายในการฉลองพระไตรปิฎก ๑๐,๔๐๐ บาท จึ่งรวมเงินทั้ง ๓ ประเภทเปน ๒๒๐,๐๐๐ บาท

(๑) เงินจ่ายในการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมศพนั้น มีกรณีเหตุพึงจ่ายดั่งนี้ ตามประเพณีที่ได้มีมาในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง และสมเด็จพระพันปีหลวงนั้น พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทุกกระทรวงทะบวงการ ต่างได้เรี่ยรายเงินแยกย้ายกันบำเพ็ญกุศลถวายในงานพระบรมศพเปนเงินมากมาย ซึ่งน่าจะน้อมมาจัดเปนถาวรวัตถุที่ระลึกถึงพระเดชพระคุณให้งดงามได้ ในงานพระบรมศพครั้งนี้ จึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เลิกประเพณีที่แยกย้ายกันบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพนั้นเสีย และให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการบริจจาคทรัพย์โดยเสด็จในพระราชกุศลสร้างพระไตรปิฎก แต่เพื่อมิให้ขาดการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานสนองพระเดชพระคุณตามประเพณีเดิมนั้น จึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้รวบรวมกันทำการบำเพ็ญกุศลตามหมู่ตามเหล่า และให้ใช้จ่ายเงินจากกองทุนสร้างพระไตรปิฎก อันเปนส่วนที่ได้เรี่ยรายจากพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการนั้นได้

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับใส่เกล้า ฯ จัดการจ่ายเงินส่วนของพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการไปดั่งนี้ ในการบำเพ็ญพระกุศลของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ฝ่ายละ ๑,๓๖๘ บาท เงิน ๒,๗๓๖ บาท ในการบำเพ็ญกุศลของเสนามาตย์ราชเสวก เหล่าละ ๑,๐๐๐ บาท เงิน ๓,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นเปนเงิน ๕,๗๓๖ บาท

(๒) เงินที่ประมาณจะจ่ายในการสร้าง รักษา และส่งฉบับพระไตรปิฎกนั้น มีรายละเอียดดั่งต่อไปนี้

ข้อรายการจำนวนเงิน (บาท)
ก.ค่าพิมพ์หนังสือ ๔๕ เล่ม เปนหนังสือประมาณ ๓๒๐๐ ยก พิมพ์ ๑๕๐๐ จบ ค่าพิมพ์ยกละ ๓๕ บาท๑๐๘,๐๐๐.๐๐
ข.ค่ากระดาษสำหรับพิมพ์ประมาณ ๕๐๐๐ รีม ๆ ละ ๑๐ บาท๕๐,๐๐๐.๐๐
ค.ค่าพิมพ์พระบรมรูป และทำปกกระดาษอ่อนและแข็ง๓๐,๐๐๐.๐๐
ฆ.ค่าใช้จ่ายในการทำที่เก็บและรักษาพระไตรปิฎก กับค่าพิมพ์ใบเสร็จ๓,๘๖๔.๐๐
ง.ค่าจัดส่งพระไตรปิฎกไปพระราชทาน ณ ที่ต่าง ๆ๑๒,๐๐๐.๐๐
รวม๒๐๓,๘๖๔.๐๐

(๓) เงินที่ประมาณจะจ่ายในการฉลองพระไตรปิฎกนั้น มีรายละเอียดดั่งนี้

ข้อรายการจำนวนเงิน (บาท)
ก.ค่าเครื่องสักการผู้ชำระพระไตรปิฎก ๙ รูป๗,๒๐๐.๐๐
ข.ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการฉลอง๓,๒๐๐.๐๐
รวม๑๐,๔๐๐.๐๐

เงินรายที่ (๒) ที่ (๓) นี้ เปนแต่รายประมาณ เมื่อได้จ่ายไปแล้วจริงเท่าไร เงินที่เหลือก็คงเหลืออยู่ในยอดใหญ่ที่กระทรวงการคลัง ฯ ได้รับไว้นั้น

๑๐. เงินรายรับทั้งหมด เมื่อได้หักเงินที่ประมาณว่าจะจ่าย ๒๒๐,๐๐๐ บาทนี้แล้ว คงมียอดเปนเงินเหลือ ในวันที่ ๓๑ มกราคม อยู่ ๓๔๗,๘๐๘ บาท เพื่อประโยชน์ที่จะไม่ให้เงินจำนวนนี้กองอยู่เปล่า ข้าพระพุทธเจ้าได้ปรึกษากับเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และอธิบดีกรมบาญชีกลาง จัดซื้อใบกู้เงินต่างประเทศของรัฐบาลสยามปี ค.ศ. ๑๙๐๗ ซึ่งมีดอกเบี้ยร้อยละ ๔ กึ่งต่อปีนั้นไว้ ๓๐๐ ใบ โดยราคา ๙๓ ต่อ ๑๐๐ ปอนด์ เปนเงิน ๒๗,๙๐๐ ปอนด์ คิดเปนเงินบาท ๓๐๒,๖๔๔ บาท ๐๗ สตางค์ หรือรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการซื้อใบกู้นี้ด้วยก็เปน ๓๐๓,๕๐๑ บาท ๖๗ สตางค์ ประโยชน์ที่พึงได้รับจากใบกู้เงิน ๓๐๐ ใบนี้ ก็คือดอกเบี้ยที่จะได้รวมปีหนึ่งประมาณ ๑,๓๕๐ ปอนด์ หรือ ๑๔,๖๒๓ บาท บาท ๔๒ สตางค์ กับเมื่อถึงวาระที่รัฐบาลสยามจะถ่ายใบกู้นั้น จะได้รับกำไรที่ซื้อได้ราคาต่ำกว่า ๑๐๐ นั้นอีกร้อยละ ๗ ปอนด์ รวมทั้งสิ้นเปนเงิน ๒,๑๐๐ ปอนด์ หรือประมาณ ๒๒,๗๔๙ บาท ส่วนถ้าจะขายกลับเปนเงินสด ใบกู้เหล่านี้ย่อมเปนใบประกันเงินอย่างที่ซื้อขายได้สะดวก เมื่อประสงค์จะให้กลับเปนเงินสดในกาลใด ก็อาจขายรับเงินคืนได้เท่ากับที่ได้ลงไป เพราะฉะนั้น ใบกู้ ๓๐๐ ใบนี้ จะนับว่าเท่ากับเงินสด ๓๐๒,๖๔๔ บาท ๐๗ สตางค์ก็นับได้

๑๑. เงินเหลือจ่ายจากการสร้างพระไตรปิฎกนั้น เดิมได้ทรงพระราชปรารภว่า จะควรจัดสถานใดจึ่งจะได้ปรากฏชั่วกาลนาน เปนอนุสสาวรีย์เชิดชูพระเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัญหาข้อนี้พระเถรานุเถระมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าเปนอาทิ ได้ลงมติเปนอันเดียวกันว่า จะจับจ่ายก่อสร้างสิ่งใดอื่นหาควรไม่ เพราะผู้ที่มีศรัทธาบริจจาคทรัพย์ได้มีฉันทะจำเพาะเพื่อจะสร้างพระไตรปิฎก ควรสงวนไว้เปนทุนสำหรับบูรณะฉบับพระไตรปิฎกที่ได้พิมพ์แล้วครั้งนี้ หรือจัดพิมพ์อรรถกถาฎีกาบรรดาที่ยังไม่มีฉบับพิมพ์ หรือหนังสือใด ๆ ที่ใช้เปนหลักประกอบการศึกษาพระปริยัตติธรรม จึ่งจะสมกับความปรารถนาเดิมของผู้ที่บริจจาคทรัพย์นั้น

เมื่อคำนึงตามมตินี้ของพระเถรานุเถระ และระลึกว่าเมืองไทเปนเมืองเดียวในโลก ที่สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทรงเปนพระบรมพุทธสาสนูปัตถัมภก การที่จะรวมเงินเหลือจ่ายนี้ตั้งไว้เปนทุนสำหรับบูรณะฉบับพระไตรปิฎก และพิมพ์หนังสือที่เปนหลักเครื่องประกอบการศึกษาพระปริยัตติธรรม ให้ได้มีไว้จำหน่ายโดยไม่ขาดคราวนั้น ก็ควรเปนอนุสาวรีย์เชิดชูพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ อันงดงามและยั่งยืน และจักเปนที่ปลื้มใจของประชาราษฎรชาวสยาม ที่ได้มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปนประมุขปลุกสมานัจฉันท์ ให้บริจจาคทรัพย์ฝังไว้เปนบุญญนิธิในพระบรมพุทธสาสนา

๑๒. การตั้งทุนพระไตรปิฎก และวางระเบียบการสำหรับจับจ่ายนั้น อาจจัดได้ด้วยประการฉะนี้ บรรดาเงินค่าสร้างพระไตรปิฎกที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติได้รับไว้แล้วนั้น เมื่อหักรายจ่ายตามรายการที่กราบบังคมทูลพระกรุณามานี้ และปัดเศษเปนจำนวนพองามไปตั้งเปนทุนสำรองสำหรับพิมพ์พระไตรปิฎกสยามรัฐ เปนทุติยปกาสน์แล้ว จักมีเหลือเปนจำนวนที่จะตั้งเปนทุนพระไตรปิฎกในชั้นแรกนี้ ๓๑๐,๐๐๐ บาท เงินจำนวนนี้ ควรพระราชทานให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติเปนเจ้าหน้าที่รักษา และกระทำผลประโยชน์ตามระเบียบที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติรับฝากเงินทุนการกุศล ส่วนเงินค่าสร้างพระไตรปิฎกที่จะได้รับภายหลังแต่เวลาที่ได้ตั้งทุนพระไตรปิฎกแล้ว กับทั้งเงินผลประโยชน์ที่จะเกิดแต่ทุนพระไตรปิฎก เช่นดอกเบี้ยและกำไร และค่าขายหนังสือ หรือทรัพย์สมบัติใด ๆ ก็ดี ให้บวกเข้าในทุนสำรองสำหรับพิมพ์ฉบับทุติยปกาสน์ก่อนจนพอแก่การนั้นแล้ว จึ่งให้บวกเข้าในทุนพระไตรปิฎกตามวาระที่ได้รับมา

การจ่ายนั้น เมื่อได้พิมพ์ฉบับทุติยปกาสน์แล้ว ให้จำกัดจ่ายแต่ในวงผลประโยชน์ที่ได้รับในปีหนึ่ง ๆ และจ่ายจำเพาะบูรณะพระไตรปิฎก หรือพิมพ์หนังสือที่เปนหลักประกอบการศึกษาพระปริยัตติธรรม หรือกระทำกิจที่เกื้อกูลแก่การนั้น ให้กรรมการฝ่ายคฤหัสถ์ของมหามกุฏราชวิทยาลัย เปนเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องจับจ่ายนี้

การกำหนดว่าจะชำระ และพิมพ์หนังสือใดบ้างนั้น ควรเปนหน้าที่ของเถรสมาคม มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงเปนประธาน ทรงวินิจฉัยทั้งวิธี และระเบียบการชำระ และเลือกฟั้นแบ่งปันหน้าที่ผู้ชำระ และสั่งอนุญาตการชำระ และพิมพ์ตลอดไป

ในปีหนึ่ง ๆ ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ประกาศบัญชีเงินรับเงินจ่าย และทรัพย์สมบัติของทุนพระไตรปิฎก และมหามกุฏราชวิทยาลัย ประกาศบัญชีหนังสือที่ได้สร้างขึ้นใหม่ด้วยผลประโยชน์ของทุนนี้

ถ้าได้จัดตั้งทุนพระไตรปิฎกโดยประการที่กราบบังคมทูลพระกรุณานี้ ประเทศสยามจักเปนคลังพระธรรมของโลก รักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะสิ้นกาลหาที่สุดมิได้

ตามที่กราบบังคมทูลพระกรุณามานี้ ถ้าชอบด้วยกระแสพระราชดำริ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำรายงานนี้พิมพ์ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา

ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ข้าพระพุทธเจ้า กิติยากร ขอเดชะ


พระราชหัตถเลขา

พระที่นั่งอัมพรสถาน
วันที่ ๓ มีนาคม พระพุทธศักราช ๒๔๗๐
ที่ ๒/๕๖๑

ทูล กรมพระจันทบุรีนฤนาถ

ตามหนังสือลงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ศกนี้ รายงานการสร้างพระไตรปิฎกที่ได้ทรงจัดดำเนินการเริ่มตั้งแต่ได้ทรงออกแจ้งความชักชวนเรี่ยไรเปนลำดับมาจนการชำระและพิมพ์พระไตรปิฎก ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงรับภาระ กับพระราชาคณะอีก ๘ รูป สำเร็จบริบูรณ์ลงแล้ว ๒๕ เล่ม ขนานนามว่า “สฺยามรฏฺฐสฺส เตปิฏกํ” “พระไตรปิฎกสยามรัฐ” ส่วนเงินที่ยังเหลืออยู่อีกมาทรงเห็นควรตั้งเปนเงินทุนพระไตรปิฎกไว้ต่อไปสามแสนหนึ่งหมื่นบาท ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติเปนเจ้าหน้าที่รักษาและทำผลบระโยชน์กับเหลือเงินไปตั้งสำหรับสร้างพระไตรปิฎกฉบับทุติยปกาสน์นั้น

หม่อมฉันได้อ่านดูตลอดแล้ว รู้สึกว่ารายงานนี้ละเอียดละออน่าฟังและเรียบร้อยดีมาก การสร้างพระไตรปิฎกที่ดำเนินลุล่วงมาเปนอย่างดียิ่ง ก็ด้วยความจงรักภักดีของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทและประชาราษฎรตลอดจนสมณะชีพราหมณ์ ซึ่งมีอยู่ทั่วกันในสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อันจะเปนอนุสาวรีย์เชิดชูพระเกียรติยศยั่งยืนไปชั่วกาลนาน หม่อมฉันเว้นเสียมิได้ที่จะต้องขอชมเชยพระองค์ท่านที่ได้ทรงใฝ่พระทัยอำนวยการมาเปนผลเห็นปานฉะนี้ อนึ่ง การที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าได้ทรงรับเปนประธานในการชำระพระไตรปิฎกจนสำเร็จเรียบร้อยมาได้ดั่งนี้ และพระราชาคณะที่ได้ช่วยเหลือก็จะปรากฏเกียรติคุณสืบไป

ส่วนทีทรงหารือมาถึงการที่จะตั้งเงินทุนพระไตรปิฎกต่อไปตลอดจนการรักษาและกระทำประโยชน์ กับการที่จะสร้างพระไตรปิฎกฉบับทุติยปกาสน์เพิ่มเติมไว้อีกนั้น หม่อมฉันเห็นชอบด้วยพระดำริแล้ว เปนอันตกลงให้ทรงดำเนินการไปตามที่รายงานมาและให้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้

(พระบรมนามาภิธัย) ประชาธิปก ป ร.

คำแปล อารัมภกถา พระไตรปิฎก

พระพุทธวจนะอันเปนหมวดแห่งพระไตรปิฎก ย่อมเปนประมวลแห่งพระธัมมวินัยของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ฯ พระเตปิฎกพุทธวจนะตั้งมั่นอยู่ตราบใด สัมมาปฏิบัติของพุทธบริษัทก็งามรุ่งเรืองอยู่ตราบนั้น ฯ เพราะฉนั้น พระเจ้าแผ่นดินผู้พุทธสาสนูปัตถัมภก จึ่งได้พระราชทานกำลังแก่พระสงฆ์พุทธสาวก ให้ทำสังคีติชำระพระเตปิฎกพุทธวจนะจารึกลงในสมุด ฯ อันนี้เปนจริยาวัตต์ของพระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้น ฯ

ภายหลังมาในพระพุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระปิยมหาราชเจ้า มีพระราชประสงค์จะให้พระไตรปิฎกแพร่หลายมากขึ้น เมื่อโปรดเกล้า ฯ ให้พระสงฆ์ผู้ทรงพระไตรปิฎกในครั้งนั้น ชำระพระเตปิฎกพุทธวจนะแล้ว จึ่งทรงสร้างพระไตรปิฎกขึ้นเปนตัวพิมพ์ เปนครั้งแรกในประเทศสยาม ฯ พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์นั้น บัดนี้ก็ได้จำหน่ายหมดสิ้นไป เปนของหาได้ด้วยยาก จึ่งเปนเวลาสมควรที่จะพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นใหม่แล้ว ฯ

อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ ซึ่งเสด็จสวรรคตแล้วในปีนี้นั้น ในกาลใกล้จะสวรรคต ได้มีพระราชดำรัสสั่งไว้ว่า ให้มีหนังสือเปนสาสนูปัตถัมภก อันได้สร้างขึ้นเปนที่ระฦกถึงพระองค์สักเรื่องหนึ่ง ฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก อันได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในปัจจุบันนี้ ทรงพระราชดำริห์ว่า พระไตรปิฎกพุทธวจนะนั้นแล เปนหนังสือที่ควรพิมพ์ขึ้น เพื่อยังพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้าให้สำเร็จ จึ่งได้ทรงอาราธนาพระเถรานุเถระผู้ทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎก มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน เปนประธาน ให้ชำระพระไตรปิฎกอีกครั้งหนึ่ง แลทรงชักชวนมหาชนผู้มีอันอยู่ในสยามรัฏฐนี้ ให้บริจาคทรัพย์เปนทุนที่จะพิมพ์ขึ้น ฯ

พระไตรปิฎก มีนามว่า สฺยามรฏฺฐสฺส เตปิฏกํ อันเปนประชุมแห่งปิฎกทั้งหลายสามนี้ เปนอันมหาชนผู้มีอันอยู่ในสยามรัฏฐ มีพระราชาเปนประมุข ให้เริ่มพิมพ์แล้ว โดยกาลเปนที่ล่วงไปแห่งปี ๒๔๖๘ นับแต่ปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ฯ

บุญใดย่อมเกิดแต่การที่ได้ให้พิมพ์ประชุมแห่งปิฎกสามนี้ ขอส่วนแห่งบุญนั้น จงเปนผลสำเร็จแด่พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ โดยพลัน ฯ

อนึ่ง โสด

ขอฝูงเทพเจ้า เหล่ามนุษย์ แลหมู่สัตว์ทั้งหลาย จงเปนผู้เกษมไร้ทุกข์ เสงี่ยม สงบ ไม่มีความอาดูร มีสุข ไม่มีเวร มีอิศระ แลเห็นแต่สิ่งเจริญ ในกาลทุกเมื่อเทอญ ฯ