ค้นหา K
Appearance
Appearance
เอกสารที่เกี่ยวกับการชำระ และการพิมพ์พระไตรปิฎก
ในรัชกาลที่ ๕
จากหนังสือกฎหมายรัชกาลที่ ๕ น่า ๘๓๘
หลวงรัตนาญัปติ์ (เปล่ง) อธิบดีกรมอัยการ รวบรวม
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริห์จะทรงทนุบำรุงพระพุทธสาสนาให้เจริญวัฒนายิ่งขึ้นไปประการใด ท่านทั้งหลายก็คงแลเหนในการที่ทรงบำเพญพระราชกุศลสิ่งที่เปนถาวรวัตถุให้เปนภาชนรับรองพุทธสาสนาประการ ๑ ทั้งอเนกทานบริจาคของประณีตต่าง ๆ ฤาการยกย่องโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเปนเสบียงเปนกำลังแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง ผู้ทรงวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้าให้ดำรงอยู่ แลเปนผู้แนะนำสั่งสอนชาวสยามให้ประพฤติการละบาปบำเพญบุญนั้น ก็มีเปนอันมากในปีหนึ่ง ๆ นั้น ก็อีกประการ ๑ การที่ทรงบริจาคทั้งสองอย่างนั้น ปีหนึ่งก็สิ้นพระราชทรัพย์เปนอันมาก เพราะเหตุด้วยทรงเลื่อมใสในคุณพระรัตนไตรนั้น บัดนี้ทรงพระราชดำริห์ถึงพระไตรปิฎก ซึ่งเปนพุทธภาสิต เปนที่เล่าเรียนศึกษาของผู้ที่นับถือพระพุทธสาสนานั้นด้วยเหตุอย่างไร คงปรากฏในกระแสพระราชดำรัสแก่พระเถรานุเถระ ซึ่งจะมีต่อไปในน่ากระดาษนี้แล้ว เพราะฉนั้น จึ่งจะโปรดเกล้า ฯ ให้ตีพิมพ์พระไตรปิฎกเปนอักษรสยาม เย็บเล่มสมุดให้มากแพร่หลายสืบสาสนายุกาลต่อไป จึ่งโปรดให้เผดียงพระสงฆ์เถรานุเถระที่ชำนาญในพระไตรปิฎกอันมีสมณศักดิ์ ๑๑๐ พระองค์ เปนผู้ตรวจแก้ฉบับพระไตรปิฎกที่จะตีพิมพ์ โปรดให้พระบรมวงษานุวงษ์ ข้าราชการ ฝ่ายคฤหัฐ เปนกรรมสัมปาทิกสภา จัดการพิมพ์พระไตรปิฎกให้สำเร็จทันในสมัยเมื่อเสด็จดำรงศิริราชสมบัติครบ ๒๕ ปี จะได้มีการมหกรรมฉลองพระไตรปิฎกนี้ในมงคลสมัยนั้น ผู้ซึ่งรับพระบรมราชโองการจัดการพิมพ์พระไตรปิฎกฝ่ายคฤหัฐซึ่งเปนกรรมสัมปาทิกสภานั้นคือ
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระภานุพันธุวงษ์วรเดช สภานายก
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ
พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์
หม่อมเจ้าประภากร
พระยาภาสกรวงษ์ที่เกษตราอธิบดี
พระยาศรีสุนทรโวหาร
ครั้น ณ วันที่ ๗ เดือน ๓ แรมค่ำ ๑ ปีชวดสัมฤทธิศก โปรดให้เชิญเสด็จพระบรมวงษานุวงษ์ที่ทรงพระผนวช ได้ดำรงค์สมณศักดิ์เปนประธานสงฆ์ คือกรมพระปวเรศร์วริยาลงกรณ์ แลกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากร กับหม่อมเจ้าที่เปนราชาคณะ ทั้งนิมนต์พระราชาคณะผู้ใหญ่ มีสมเด็จพระพุทธโฆษา ทั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยที่มีประโยคเปนผู้ทรงพระไตรปิฎก กับทั้งพระสงฆ์เปรียญประโยคสูงจนเปรียญ ๓ ประโยค ทั้งในกรุงแลหัวเมือง มีจำนวนพระสงฆ์ ๑๑๐ องค์ ประชุมพร้อมกันในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนสาศดาราม แล้วพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปประทับพร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าราชการเฝ้าในที่นั้น เมื่อทรงนมัสการพระรัตนไตรแล้ว ขุนสุวรรณอักษรกรมพระอาลักษณ์ อ่านประกาศตามกระแสพระบรมราชโองการ อาราธนาพระสงฆ์ให้สอบแก้พระไตรปิฎกซึ่งจะตีพิมพ์ ดังจะได้เหนต่อไปในน่าหลัง ครั้นเมื่อประกาศจบแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่น่าอาศนสงฆ์ ทรงแสดงพระราชดำริห์ด้วยพระองค์เองแก่พระสงฆ์ พระราชดำริห์นั้นก็เปนที่ยินดีของพระสงฆ์มาก แล้วจึงทรงประเคนขวดหมึกกับปากกาแก่พระเถรานุเถระทั้งปวง ได้รับพระราชทานทั่วกัน เพื่อจะได้ใช้ตรวจแก้ทานฉบับพระไตรปิฎกต่อไป ทรงประเคนเสร็จแล้ว พระสงฆ์ถวายอติเรก ถวายพระพรลากลับไป พระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท
ต่อนี้ไปพระเถรานุเถระผู้ใหญ่จะได้แบ่งเปนกอง ๆ มีพระราชาคณะเปรียญผู้น้อย แลพระเปรียญผู้ช่วยเปนพนักงานดังนี้คือ พระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมพระปวเรศร์วริยาลงกรณ์ เปนประธานาธิบดีในการที่จะตรวจแบบฉบับพระไตรปิฎกพระองค์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ๑ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ๑ เปนรองอธิบดีจัดการทั้งปวง ๒ พระองค์ มีแม่กองใหญ่ ๘ กอง คือกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส เปนแต่กองตรวจพระวินัยปิฎกกอง ๑ ตรวจพระสุตตันตปิฎก ๕ กอง คือ พระองค์เจ้าพระอรุณานิภาคุนากร แม่กอง กอง ๑ พระพรหมมุนี แม่กอง กอง ๑ พระธรรมไตรโลก แม่กอง กอง ๑ พระธรรมราชา แม่กอง กอง ๑ พระเทพโมลี แม่กอง กอง ๑ ตรวจพระอภิธรรมปิฎก ๒ กอง คือ พระพิมลธรรม แม่กอง กอง ๑ พระธรรมวโรดม แม่กอง กอง ๑ กับพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าราชการฝ่ายคฤหัฐ ที่เปนกรรมสัมปาทิกสภาจะได้จัดการตีพิมพ์พระไตรปิฎกให้สำเร็จ ๑๐๐๐ ฉบับ ทันพระบรมราชประสงค์
หนังสือพิมพ์พระไตรปิฎกนี้ ได้ทราบว่าจบหนึ่ง ๔๐ เล่ม จะตีพิมพ์พันจบก็เปนหนังสือถึง ๔๐๐๐๐ เล่ม พระราชทรัพย์หลวงที่จะใช้ในค่าหนังสือนี้คงไม่ต่ำกว่า ๒๐๐๐ ชั่ง เมื่อจะคิดเทียบกับการที่จานลงใบลานแล้ว ถ้าจะสร้าง ๑๐๐๐ จบ คงเปนเงินหลายหมื่นชั่ง ทั้งจะเปนหนังสือกองโตจนไม่มีที่เก็บไว้ได้ แลช้านับด้วยหลายสิบปีจึงจะแล้วสำเร็จ ทั้งจะเคลื่อนคลาศไม่ถูกต้องกันได้สักฉบับเดียวด้วย เมื่อได้ตีพิมพ์เย็บเปนเล่มสมุดอย่างนี้ ถ้าตรวจฉบับให้ดีถูกต้องแล้ว ก็จะเปนการเรียบร้อยเหมือนกันทั้งพันจบ แลการที่จะเก็บรักษาก็ไม่เปลืองที่มาก ถ้าเก็บดี ๆ ก็ทนได้ไม่ผิดกับใบลานมากนัก ในเวลาทำการก็ได้เร็วกว่า ราคาก็ต่ำกว่าที่จะจ้างช่างจานทำหลายสิบเท่า แลเปนน่าที่จะชื่นชมยินดีของชนทั้งหลายที่นับถือพระพุทธสาสนาอย่างยิ่ง ด้วยว่าตั้งแต่พระพุทธสาสนาได้แพร่หลายมาถึงเมืองเราจนกาลบัดนี้ เหนจะไม่เคยมีพระไตรปิฎกในหมู่ชาวเรามากจบเท่าครั้งนี้เลย ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระไตรปิฎก ๑๐๐๐ จบอย่างนี้ คงไม่เคยมีพระเจ้าแผ่นดินที่นับถือพระพุทธสาสนาประเทศใด ได้บริจาคพระราชทรัพย์สร้างขึ้นเท่านี้เลย เพราะเหตุนั้นจึงเปนที่ชื่นชมโสมนัศเปนอันมาก ขอผลอันดียิ่งจงมีในพระเจ้าอยู่หัวของเรา แลพระราชอาณาจักรสยามยิ่งขึ้นทุกเมื่อเทอญ
ศุภมัศดุ พระพุทธสาสนากาลเปนอดีตภาคล่วงแล้ว ๒๔๓๑ พรรษา ปัตยุบันกาล มุสิกะ สังวัจฉระ มาฆมาศ กาฬปักษปาฏิบทโสรวารปริจเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริห์ด้วยทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส ในพระพุทธสาสนาว่าเปนนิยานิกธรรม ทรงเหนว่าพระปริยัติไตรปิฎกเปนมูลรากแห่งพระพุทธสาสนา เพราะว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทางสุคติแลจะทำกองทุกข์ทั้งปวงให้ดับสิ้นสูญไปได้ให้บันลุพระนฤพาน ก็ย่อมอาไศรยปริยัติธรรมคำสอนซึ่งเปนบรมพุทโธวาท ชี้แสดงทางธรรมปฏิบัติ เนื่องอยู่ในพระปริยัติธรรมทั้งสิ้น
อนึ่ง ทรงทราบในพระราชหฤไทยว่า แต่ในครั้งพุทธกาล เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้ายังดำรงค์พระชนม์อยู่นั้น พระปริยัติธรรมตกแพร่หลายอยู่ในหมู่สาวกมณฑล พระอริยสงฆ์สาวกจำทรงไว้ได้ขึ้นปากขึ้นใจ แตกฉานชำนาญด้วยกันเปนอันมาก ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคย์เสด็จปรินิพพานแล้ว พระเจ้าแผ่นดินซึ่งนับถือพระพุทธสาสนา ทรงพระราชศรัทธาเปนสาสนูปถัมภกทนุบำรุงให้กำลังแก่พระสงฆ์พุทธสาวก ได้ทำสังคายนายชำระพระไตรปิฎกปริยัติธรรม สืบอายุพระพุทธสาสนานี้เปนขัตติยประเพณีสืบ ๆ มา แลเปนการพระราชกุศลอันใหญ่ด้วย แลการสร้างพระคัมภีร์พระไตรปิฎก ด้วยอักษรขอมจานลงในใบลานเหมือนที่สร้างมาแต่โบราณนั้น ก็เปนของถาวรมั่นคงดีอยู่ แต่ช่างจานกว่าจะจานได้แต่ละคัมภีร์ ๆ นั้น ช้านานนัก พระคัมภีร์จึงไม่ค่อยจะมีมากแพร่หลายไปได้ ช่างจานทุกวันนี้ก็หายากมีอยู่น้อยนัก อนึ่ง อักษรขอมก็มีผู้รู้อ่านได้น้อยกว่าอักษรไทย แลในการสร้างพระไตรปิฎกนี้ตัวอักษรก็ไม่เปนประมาณ ไม่เปนการสำคัญอะไรนัก ประเทศที่นับถือพระพุทธสาสนา คือ ลาว มอญ พม่า ลังกา เปนต้น ก็สร้างพระไตรปิฎกด้วยอักษรตามประเทศ ตามภาษาของตนทุก ๆ ประเทศ
ในสยามรัฐมณฑลนี้ แต่เดิมได้ลอกคัดพระคัมภีร์อักษรขอมเปนแบบฉบับมา ชนชาวสยามจึงได้นิยมนับถืออักษรขอมเปนที่เคารพ ว่าอักษรขอมเปนของรองรับเนื้อความพระพุทธสาสนา เมื่อจะกล่าวโดยที่จริงแท้แล้ว ตัวอักษรไม่เปนประมาณ อักษรใด ๆ ก็ควรใช้ได้ทั้งสิ้น
เพราะฉนั้น ถ้าได้ตีพิมพ์พระไตรปิฎกด้วยอักษรสยามเปนคัมภีร์ละเล่มหนึ่งบ้างสองเล่มบ้าง จะเปนประโยชน์มาก เรียงพิมพ์ขึ้นครั้งหนึ่งจะตีสักหลาย ๆ ร้อยฉบับก็ได้ ผู้ที่จะเล่าเรียนถึงจะไม่รู้จักอักษรขอมก็จะเรียนได้โดยสดวก แลจะหยิบยกไปมาก็ไม่เปนการลำบาก ท่านผู้ที่จะดูสอบสวนก็เปนการง่าย เพราะหนังสือคัมภีร์หนึ่ง ก็รวบรวมอยู่ในเล่มอันเดียวกัน ไม่กระจัดกระจายขาดตกบกพร่อง ถึงแม้ว่ากระดาษจะไม่เปนของมั่นคงถาวรเหมือนใบลานก็จริงอยู่ แต่ตีพิมพ์ครั้งหนึ่งมากกว่าใบลานหลายสิบเท่า ก็ถ้าเก็บรักษาไว้ดี ๆ แล้วก็ทนนานได้เหมือนกัน เมื่อฉบับใดเปนประโยชน์ที่พระสงฆ์จะเล่าเรียนมาก ก็ตีพิมพ์เพิ่มเติมขึ้นอีกได้มาก ๆ เร็วกว่าที่จะจานด้วยใบลาน พระคัมภีร์ปริยัติธรรมก็จะแพร่หลายสมบูรณ์ในสยามรัฐมณฑลสืบไปภายน่า ทรงพระราชดำริห์เหนประโยชน์ฉะนี้ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ตีพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นในครั้งนี้ ให้แล้วสำเร็จทันกำหนดการบำเพญพระราชกุศลสมโภชศิริราชสมบัติในกาลเมื่อบรรจบครบ ๒๕ ปี แล้วจะได้มีการมหกรรมฉลองพระไตรปิฎกที่โปรดเกล้า ฯ ให้ตีพิมพ์ขึ้นนั้น แล้วจะได้จำหน่ายไปตามพระอารามต่าง ๆ เปนประโยชน์แก่พระสงฆ์สามเณรที่จะได้เล่าเรียนสืบไป
แต่ทรงพระราชดำริห์ว่า ฉบับหนังสือที่จะตีพิมพ์ครั้งนี้ จะเปนของมั่นคงถาวรแลแพร่หลายไปมาก ถ้าพิมพ์คลาดเคลื่อนไปก็หาเปนการสมควรไม่ แลจะต้องตรวจแก้ต้นฉบับให้ถูกถ้วนแล้วจึงส่งไปลงพิมพ์ และต้องตรวจตราแก้ไขตัวพิมพ์มิให้ผิดเพี้ยนได้
จึงมีพระบรมราชโองการให้อาราธนาพระราชวงษานุวงษ์ซึ่งทรงผนวช แลพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย ถานานุกรมเปรียญบันดาที่มาสันนิบาทในที่ประชุมนี้ ช่วยการพระพุทธสาสนาเปนภาระรับชำระฉบับซึ่งจะส่งไปลงพิมพ์ แลสอบทานตรวจหนังสือที่ตีพิมพ์ขึ้นใหม่ให้ถูกถ้วน อย่าให้มีวิปลาศคลาศเคลื่อนได้จงทุก ๆ พระคัมภีร์ ให้เหมือนหนึ่งพระเถรานุเถระแต่ปางก่อนประชุมกันทำสังคายนายพระไตรปิฎกทุก ๆ ครั้ง ฉนั้น เพื่อบำรุงพระปริยัติธรรมคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เจริญรุ่งเรืองสืบสาสนายุกาลให้ถาวรไปสิ้นกาลนาน
ขอชี้แจงเพิ่มเติม แด่พระเถรานุเถระแลพระสงฆ์ทั้งปวง ซึ่งได้ประชุมกันในที่นี้อิกหน่อยหนึ่งว่า การซึ่งมีความประสงค์จะให้ตรวจสอบพระไตรปิฎกลงพิมพ์ไว้ในครั้งนี้นั้นด้วยเหนว่าแต่ก่อนมาประเทศที่นับถือพระพุทธสาสนา ยังมีอำนาจปกครองบ้านเมืองโดยลำพังตัว พระเจ้าแผ่นดินเปนผู้นับถือพระพุทธสาสนา ได้ทำนุบำรุงอุดหนุนการสาสนาอยู่หลายประเทศด้วยกัน คือ เมืองลังกา เมืองพม่า เมืองลาว เมืองเขมร แลกรุงสยาม เมื่อเกิดวิบัติอันตราย พระไตรปิฎกขาดสูญบกพร่องไปในเมืองใด ก็ได้อาไศรยหยิบยืมกันมาลอกคัดคงฉบับบริบูรณ์ถ่ายกันไปกันมาได้ แต่ในกาลทุกวันนี้ ประเทศลังกาแลพม่าตกอยู่ในอำนาจอังกฤษ ผู้ปกครองรักษาบ้านเมืองไม่ได้นับถือพระพุทธสาสนา ก็ทำนุบำรุงแต่อาณาประชาราษฎรไพร่บ้านพลเมือง หาได้อุดหนุนการพระพุทธสาสนาอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ พระสงฆ์ซึ่งปฏิบัติตามพระพุทธสาสนา ก็ต่างคนต่างประพฤติตามลำพังตน คนที่ชั่วมากกว่าดีอยู่เปนธรรมดา ก็ชักพาให้พระปริยัติธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าวิปริตผิดเพี้ยนไปตามอัธยาไศรย์ ส่วนเมืองเขมรนั้นเล่าก็ตกอยู่ในอำนาจของฝรั่งเศษ ไม่มีกำลังที่จะอุดหนุนพระพุทธสาสนาให้เปนการมั่นคงถาวรไปได้ ส่วนเมืองลาวอยู่ในพระราชอาณาเขตร เจ้านายแลไพร่บ้านพลเมือง ก็นับถือพระพุทธสาสนาวิปริตแปรปรวนไปด้วยเจือปนผีสางเทวดา จะเอาเปนหลักฐานมั่นคงก็ไม่ได้ ถ้าพระไตรปิฎกวิปริตเคลื่อนคลาศไปในเวลานี้ จะหาที่สอบสวนลอกคัดเหมือนอย่างแต่ก่อนนั้นไม่มีแล้ว การพระพุทธสาสนายังเจริญมั่นคงถาวรอยู่แต่ในประเทศสยามนี้ประเทศเดียว จึงเปนเวลาสมควรที่จะสอบสวนพระไตรปิฎกให้ถูกต้องบริบูรณ์ แล้วสร้างขึ้นไว้ให้มากฉบับแพร่หลาย จะได้เปนหลักฐานเชื้อสายของสาสนธรรมคำสั่งสอนแห่งพระพุทธเจ้าสืบไปภายน่า ก็ธรรมอันใดที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งสอน ย่อมเปนธรรมอันวิเศษอุดมยิ่ง ซึ่งจะนำให้สัตว์พ้นจากทุกข์ภัยได้โดยจริง เปนธรรมวิเศษเที่ยงแท้ ย่อมจะเปนที่ปรารถนาของผู้ซึ่งมีปัญญา ได้เล่าเรียนตริตรองแล้วปฏิบัติตามที่ได้รับผลมากน้อยตามประสงค์ ก็คงจะยังมีผู้ซึ่งจะอยากเรียนรู้เพื่อปฏิบัติตามสืบไปภายน่าเปนแท้ จึ่งเปนธรรมที่ควรจะสงวนไว้ให้เปนประโยชน์แก่ชนภายน่า จึ่งได้คิดจัดการครั้งนี้ เพื่อจะรักษาพระไตรปิฎกไว้มิให้วิปริตผิดผัน เปนการยกย่องบำรุงพระพุทธสาสนาให้ตั้งมั่นถาวรสืบไป เพราะฉนั้น จึ่งขออาราธนาพระเถรานุเถระแลพระสงฆ์ทั้งปวง ให้ปลงใจเหนแก่พระพุทธสาสนา แลมีความเมตตากรุณาแก่ชนทั้งปวง ช่วยชำระสอบสวนพระไตรปิฎกให้ถูกต้องบริบูรณ์ เปนเครื่องเกื้อกูลแก่ความตั้งมั่นของคำสอนแห่งพระพุทธเจ้าสืบไปภายน่า
อีกประการหนึ่ง การซึ่งจะลงพิมพ์พระไตรปิฎกครั้งนี้ ได้มีเจตนามุ่งหมายจะใคร่ให้ได้สำเร็จลงทันกำหนด ซึ่งตั้งใจไว้ว่า ถ้าอยู่ในราชสมบัติได้ถึง ๒๕ ปี จะมีการมหกรรมฉลองพระไตรปิฎกนี้ให้เปนการกุศลในมงคลสมัย ก็การซึ่งจะอยู่ได้มิได้จนถึงกำหนดที่ว่านั้น ก็เอาเปนประมาณแน่ไม่ได้โดยธรรมดา แต่เหนว่าการซึ่งคิดปรารภตรวจสอบพระไตรปิฎกแลสร้างขึ้นให้แพร่หลายนี้ จะเปนการมีคุณแห่งชนทั้งปวงทั่วไป นับว่าเปนกองการกุศลอันใหญ่ เปนไปในทางที่ชอบธรรม จะเปนเครื่องอุปถัมภ์ให้ได้สำเร็จดังความปรารถนา เปนความมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ในส่วนตนอยู่อย่างหนึ่งดังนี้ด้วย ขอให้พระเถรานุเถระแลพระสงฆ์ทั้งปวง จงเหนแก่ตัวหม่อมฉัน ผู้มีความเลื่อมไสในพระพุทธสาสนาอันยิ่งใหญ่ แลได้ประฏิบัติบำรุงพระเถรานุเถระแลพระสงฆ์ทั้งปวงบันดาซึ่งมาประชุมในที่นี้ โดยความเลื่อมไสยอันสุจริต ตั้งใจจัดการทั้งปวง ให้เปนไปตามความประสงค์ทันกำหนด ซึ่งได้ฃออาราธนามาแล้วนั้น
ด้วยอาไศรยเหตุสองประการนี้ ฃอให้พระสงฆ์เถรานุเถระทั้งปวง จงสมัคสโมสรพร้อมเพียงกัน แบ่งปันหมวดหมู่ เปนน่าที่ตรวจสอบพระไตรปิฎกให้ทั่วถึงโดยลเอียดแล้ว จะได้ลงพิมพ์ไว้ให้สืบอายุพระพุทธสาสนาถาวรไปภายน่า ด้วยความมุ่งหมายเหนแต่พระพุทธสาสนาแลตัวหม่อมฉัน ดังได้ขออาราธนามานี้ เทอญ