Skip to content

“อานนท์ บางทีพวกเธอพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า
ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี
ข้อนี้ พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น
ธรรมก็ดี วินัยก็ดี อันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ
ธรรมและวินัย อันนั้น จักเป็นศาสดา แห่งพวกเธอ
โดยกาลล่วงไปแห่งเรา”

ที.มหา. ๑๐/๑๔๑/๑๖๓

ภาพการสังคายนา

ในการพิมพ์ครั้งนี้ ได้เพิ่มภาพวาดเกี่ยวกับการสังคายนาครั้งสำคัญอันเนื่องกับความเป็นมาของพระไตรปิฎกไว้ด้วย รวม ๗ ภาพ การวาดภาพในครั้งนี้พระอาจารย์ธีระพันธุ์ ธีรโพธิ (ลอไพบูลย์) ผู้วาด ได้พยายามศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการสังคายนาครั้งนั้น ๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ สิ่งของเครื่องใช้ สภาพแวดล้อมและธรรมเนียมประเพณีในยุคนั้น เพื่อประกอบจินตนาการในการสร้างสรรค์ภาพของการสังคายนาครั้งนั้น ๆ โดยได้เดินทางไปอินเดีย ลังกา และเชียงใหม่ เพื่อเก็บข้อมูลดังกล่าวมาประกอบ เพื่อให้คล้ายจริงมากที่สุดดังที่ปรากฏ อนึ่ง เนื่องจากภาพที่วาดขึ้น วาดโดยศิลปินไทย ผู้วาดจึงจงใจใส่บรรยากาศแบบไทย ๆ ลงไว้ในภาพด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย

ภาพที่ ๑ — พระพุทธดำรัสก่อนปรินิพพาน

“จุนทะ ควรที่บริษัททั้งหมดพึงพร้อมเพรียงกันประชุม รวบรวม ตรวจตราอรรถด้วยอรรถ พยัญชนะด้วยพยัญชนะ ในธรรมที่เราแสดงแล้ว เพื่อความรู้ยิ่ง อันจะเป็นเหตุให้พรหมจรรย์นี้ เป็นไปตลอดกาล ยืดยาวตั้งมั่นอยู่นาน พรหมจรรย์นั้น จะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย”

ที.ปา. ๑๑/๑๐๘/๑๑๘

ภาพที่ ๒ — ปฐมสังคายนา ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา

ปฐมสังคายนา ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ใกล้กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์อุปถัมภ์ พระมหากัสสปเถระเป็นประธานและเป็นผู้สอบถาม พระอุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางวินัย พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทางธรรม การสังคายนาครั้งนี้กระทำหลังพุทธปรินิพพาน ๓ เดือน มีพระอรหันต์ประชุมกัน ๕๐๐ รูป กระทำการอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ

ภาพที่ ๓ — การสังคายนาครั้งที่ ๒ ณ วาลิการาม

การสังคายนาครั้งที่ ๒ ณ วาลิการาม เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ประเทศอินเดีย มีพระเจ้ากาลาโศกราชเป็นองค์อุปถัมภ์ พระยสะ กากัณฑกบุตร เป็นผู้ชักชวน มีพระเถระผู้ใหญ่อีก ๗ รูปให้ความร่วมมือ ในการนี้พระเรวตะเป็นผู้ถาม พระสัพพกามีเป็นผู้ตอบปัญหาทางวินัยที่เกิดขึ้น การสังคายนาครั้งนี้กระทำหลังพุทธปรินิพพาน ๑๐๐ ปี มีพระสงฆ์ประชุมกัน ๗๐๐ รูป กระทำอยู่ ๘ เดือนจึงสำเร็จ

ภาพที่ ๔ — การสังคายนาครั้งที่ ๓ ณ อโศการาม

การสังคายนาครั้งที่ ๓ ณ อโศการาม กรุงปาตลีบุตร แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย มีพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นองค์อุปถัมภ์ พระโมคคลีบุตร ติสสเถระ เป็นประธาน การสังคายนาครั้งนี้กระทำหลังพุทธปรินิพพาน ๒๓๔ หรือ ๒๓๕ ปี มีพระขีณาสพ ๑๐๐๐ องค์ ร่วมสังคายนา กระทำอยู่ ๙ เดือน และเมื่อทำสังคายนาแล้ว ได้ส่งสมณทูต ๙ สายออกไปประกาศพระพุทธศาสนาในประเทศต่าง ๆ

ภาพที่ ๕ — การสังคายนาครั้งที่ ๕ ณ อาโลกเลณสถาน ประเทศศรีลังกา

การสังคายนาครั้งที่ ๕ ณ อาโลกเลณสถาน มตเลชนบท ประเทศศรีลังกา ในรัชสมัยพระเจ้าวัฎฎคามณีอภัย ประมาณ พ.ศ. ๔๓๓ มีพระรักขิตมหาเถระเป็นประธาน และได้มีการจารึกพระธรรมวินัยเป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยภาษามคธอักษรสิงหล ใช้เวลาปีหนึ่งจึงสำเร็จ พระไตรปิฎกลายลักษณ์อักษร จึงมีขึ้นเป็นครั้งแรกในพระพุทธศาสนา

ภาพที่ ๖ — การสังคายนาครั้งที่ ๘ ณ วัดโพธาราม เชียงใหม่

การสังคายนาครั้งที่ ๘ ณ วัดโพธาราม (วัดเจ็ดยอดพระอารามหลวง) เชียงใหม่ เมื่อราว พ.ศ. ๒๐๒๐ มีพระเจ้าติโลกราชเป็นองค์อุปถัมภ์ พระธรรมทินมหาเถระเจ้าอาวาสวัดป่าตาลเป็นประธาน มีการอาราธนาพระภิกษุผู้ทรงไตรปิฎกหลายร้อยรูป ให้ช่วยชำระอักษรพระไตรปิฎก การสังคายนาครั้งนี้จัดเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๑ ในประเทศไทย

ภาพที่ ๗ — การสังคายนาครั้งที่ ๙ ณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงเทพฯ

การสังคายนาครั้งที่ ๙ ณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ปัจจุบันคือวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๑ มีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเป็นองค์อุปภัมภ์ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) เป็นประธาน ในครั้งนี้มีพระสงฆ์ ๒๑๘ รูป กับราชบัณฑิตาจารย์ อุบาสก ๓๒ คน ช่วยกันชำระพระไตรปิฎก แล้วจารึกลงในใบลาน